13/7/52

ความสำเร็จสำคัญกว่าศักดิ์ศรี หรือไม่เคยมี (ศักดิ์ศรี) เลย

" Baby Goal "

Michael Owen เกิดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 1979 ในประเทศอังกฤษ


Baby Goal หรือ เจ้าหนูมหัศจรรย์ เป็นฉายาของเขา ซึ่งได้มาจากความสามารถ และพรสวรรค์ของเขาเอง โดยฟุตบอลโลกในปี 1998 เขาได้เริ่มแจ้งเกิด ด้วยการเลี้ยงผ่านผู้เล่น Argentina 2 คน แล้วยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเฉียบขาด



เขาโด่งดังขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ประมาณปี 1998 จนถึงปี 2004 ในชุดหงส์แดง โดยได้แชมป์ร่วมกับลิเวอร์พูล รวมทั้งสิ้น 8 แชมป์ รวมถึงแชมป์ในทีมชุดเยาวชน รวมถึงรางวัล

PFA Young Player of the Year: 1998
Premier League joint top scorer: 1998, 1999
BBC Sports Personality of the Year: 1998
และ Ballon d'Or: 2001 โดยในปี 2001 นี้เองที่ลิเวอร์พูลได้ ทริปเปิ้ล แชมป์

แต่แล้วเส้นทางที่หอมหวานของเขากับลิเวอร์พูลก็ได้จบลง เมื่อเขาเลือกที่จะย้ายทีมไปหาความท้าทายใหม่ โดยย้ายไปเล่นให้กับ Real Madrid ด้วยค่าตัวสุดถูก เท่ากับว่า เค้าได้ตอบแทนให้กับสโมสรที่ทำให้เค้าได้มีโอกาศโด่งดังขึ้นมา ได้ไม่มาก แม้เขาจะนำแชมป์มาให้สโมสรได้บ้าง แต่การย้ายทีมของเขาที่หวังว่า Real Madrid จะทำให้ตัวเขาเองประสบความสำเร็จมากกว่านี้ ก็ได้ทำร้ายจิตใจของแฟนบอลที่ยกให้เขาเป็น Hero มากพอสมควร

ย้ายไปด้วยค่าตัว ประมาณ 8 ล้านปอน

แต่เส้นทางการค้าแข้งของเขาไม่เป็นไปอย่างที่คิด โดยเขาไม่ค่อยได้รับโอกาศลงเล่นเป็นตัวจริงมากนัก และอยู่กับ Real Madrid ได้เพียงปีเดียว ก็ต้องย้ายกลับมาที่เกาะอังกฤษ โดยตอนนั้น แฟนบอลลิเวอร์พูลส่วนใหญ่ต่างเรียกร้องให้ Owen กลับมาเล่นให้กับทีมอีกครั้ง แต่แฟนบอลก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเพราะเขาเลือกที่จะย้ายไปเล่นให้กับทีม Newcastle โดนเสียงส่วนใหญ่บอกว่า เพราะ Newcastle ให้ค่าเหนื่อยเขามากกว่า Liverpool นั้นเอง


ย้ายมา Newcastle ด้วยค่าตัว 16 ล้านปอน ทำกำไรให้ Real Madrid ถึง 8 ล้านปอนในปีเดียว

ความ Hot ความสด ในตัวเขาเริ่มลดลงเรื่อยๆ เมื่อเพื่อนร่วมทีมของเขาไม่สามารถสร้างโอกาศให้เขาทำประตูได้มากพอ รวมถึงมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดมา นับเป็น วิบาก"กรรม" ในชีวิตของเขา จนทำให้ตัวเขาหลุดจากตัวเลือกในทีมชาติอังกฤษ แล้วเขาก็ไม่สามารถช่วยทีมให้อยู่รอดใน Premier League ได้ และตัวเขาเองก็หมดสัญญากับทีมพอดี เขาจึงต้องย้ายทีมอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็ได้ "ทรยศ" ทีม และทำร้ายจิตใจแฟนบอลอย่างมาก ด้วยการย้ายไปร่วมทีมคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Manchester United


Owen เลือกที่จะเป็นปีศาจอย่างเต็มตัว

โดยเหตุผลที่เขาเลือกย้ายไปซบตัก Manchester United ก็เพราะเขาต้องการที่จะกลับมายิ่งใหญ่ และติดทีมชาติอังกฤษอีกครั้ง แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม การย้ายทีมครั้งนี้ก็ทำให้เหล่า The Kop ได้รู้กันแล้วว่าแท้ที่จริงแล้ว Michael Owen คนนี้ไม่ได้มีใจเป็นหงส์เลยแม้แต่น้อย

ตัวผมเอง ( Nott ) ซึ่งต้องยอมรับว่า ได้มารู้จักกับฟุตบอล ได้มาชอบ ทีมลิเวอร์พูล เป็นเพราะวันนั้นผมบังเอินได้เห็นเขาคนนี้ ยิงประตู Argentina เหมือนอย่างในคลิปที่นำมาให้ดู และผมต้องยอมรับว่าผมยังชอบ Owen แต่เป็น Owen คนที่คว้าแชมป์ร่วมกับลิเวอร์พูล ไม่ใช่ Owen คนที่ ชูผ้า Man U อยู่เหนือศรีษะ คนนี้

แม้ใครจะบอกว่า Owen จะกลับมา Hot อีกครั้ง แต่ผมเดาล่วงหน้าได้เลยว่า เฟอร์กี้ ไม่มีให้นักเตะ ฟรี ทรานเฟอร์ ที่ร่างกายไม่ฟิต เจ็บมาตลอด ได้ลงสนามมากกว่า เตเบส ที่ค่าตัวระดับ 20 - 30 ล้านปอน และแทบไม่เคยมีปัญหาบาดเจ็บ แน่ๆ

12/7/52

History LFC

จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟิลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้สโมสรเอฟเวอร์ตันเช่าเป็นสนามแข่ง และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิ้ง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมได้เช่าอยู่ ฝ่ายกลุ่มบริหารของเอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนาม และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะ สแตนลี่ย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดีสันปาร์ค ดังนั้น จอห์น โฮลดิ้ง จึงต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และ จอห์น โฮลดิ้ง จึงไปชวนเพื่อนสนิทของเขาชื่อ จอห์น แมคเคนน่า มาทำหน้าที่ประธานสโมสรและได้ตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า Liverpool Football Club

หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด ( Liverbird ) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้
ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลส์โบรซ์ ไอโรโนโปลิส และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล ( ทั้งหมด 28 นัด ) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ( ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน ) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

History C

ภาษาซีเป็นภาษาที่ถือว่าเป็นทั้งภาษาระดับสูง และระดับต่ำ ถูกพัฒนาโดย เดนนิส ริดชี (Dennis ritche) แห่งห้องทดลองเบลล์ (Bell laboratories) ที่เมอร์รีฮิล มลรัฐนิวเจอร์ซี่ โดยเดนนิสได้ใช้หลักการของภาษา บีซีพีแอล (Basic Combine Programming Language) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย เคน ทอมสัน (Ken tomson) การออกแบบ และพัฒนาภาษาซีของ เดนนิส ริดชี มีจุดมุ่งหมายให้เป็นภาษาสำหรับใช้เขียนโปรแกรมปฏิบัติการระบบยูนิกซ์ และได้ตั้งชื่อว่า ซี (C) เพราะเห็นว่า ซี (C) เป็นตัวอักษรต่อจากบี (B) ของภาษา BCPL ภาษาซีถือว่าเป็นภาษาระดับสูง และภาษาระดับต่ำ ทั้งนี้เพราะภาษาซีมีวิธีใช้ข้อมูล และมีโครงสร้างการควบคุมการทำงานของโปรแกรมเป็นอย่างเดียวกับภาษาของโปรแกรมระดับสูงอื่นๆ จึงถือว่าเป็นภาษาระดับสูง ในด้านที่ถือว่าภาษาซีเป็นภาษาระดับต่ำ เพราะภาษาซีมีวิธีการเข้าถึงในระดับต่ำที่สุดของฮาร์ดแวร์ ความสามารถทั้งสองด้านของภาษานี้เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนซึ่งกัน และกัน ความสามารถระดับต่ำทำให้ภาษาซีสามารถใช้เฉพาะเครื่องได้ และความสามารถระดับสูง ทำให้ภาษาซีเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์ ภาษาซีสามารถสร้างรหัสภาษาเครื่องซึ่งตรงกับชนิดของข้อมูลนั้นได้เอง ทำให้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษาซีที่เขียนบนเครื่องหนึ่ง สามารถนำไปใช้กับอีกเครื่องหนึ่งได้ ประกอบกับการใช้พอยน์เตอร์ในภาษาซี นับได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการเป็นอิสระจากฮาร์ดแวร์

ภาษาซีเป็นภาษาที่มีลักษณะเด่นพอสรุปได้ดังนี้

- เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีการพัฒนาขึ้นใช้งานเพื่อเป็นภาษามาตรฐานที่ไม่ขึ้นกับโปรแกรมจัดระบบงานและไม่ขึ้นกับฮาร์ดแวร์
- เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่อาศัยหลักการที่เรียกว่า "โปรแกรมโครงสร้าง" จึงเป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมระบบ
- เป็นคอมไพเลอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง ให้รหัสออบเจ็กต์สั้น ทำงานได้รวดเร็ว เหมาะกับงานที่ต้องการ ความรวดเร็วเป็นสำคัญ
- มีความคล่องตัวคล้ายภาษาแอสแซมบลี ภาษาซีสามารถเขียนแทนภาษาแอสแซมบลีได้ดี ค้นหาที่ผิดหรือ แก้โปรแกรมได้ง่าย ภาษาซีจึงเป็นภาษาระดับสูงที่ทำงานเหมือนภาษาระดับต่ำ
- มีความคล่องตัวที่จะประยุกต์เข้ากับงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี การพัฒนาโปรแกรม เช่น เวิร์ดโพรเซสซิ่ง สเปรดชีต ดาตาเบส ฯลฯ มักใช้ภาษาซีเป็นภาษาสำหรับการพัฒนา
- เป็นภาษาที่มีอยู่บนเกือบทุกโปรแกรมจัดระบบงาน มีในเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 8 บิต ไปจนถึง 32 บิต เครื่องมินิคอมพิวเตอร์ และเมนเฟรม
- เป็นภาษาที่รวมข้อดีเด่นในเรื่องการพัฒนา จนทำให้ป็นภาษาที่มีผู้สนใจมากมายที่จะเรียนรู้หลักการของภาษา และวิธีการเขียนโปรแกรม ตลอดจนการพัฒนางานบนภาษานี้